วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นวัตกรรม ทางการพยาบาล

นวัตกรรมทางการพยาบาล
  กล่องวางขา   รักษ์โลก

·       ประวัติของหัวหน้าผู้ประดิษฐ์คิดค้น  และ/หรือผู้ร่วมประดิษฐ์คิดค้น
หัวหน้าผู้ประดิษฐ์คิดค้น
ชื่อ สกุล             นายบุญทัน           สุขสอาด
 ตำแหน่ง               พยาบาลเทคนิค 6  หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี
ผู้ร่วมประดิษฐ์คิดค้น
เจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี
·       รายละเอียดเกี่ยวกับผลงานการประดิษฐ์คิดค้น
1. จุดเริ่มต้นหรือที่มาของการประดิษฐ์คิดค้น
                โรคกระดูกที่เกิดจากอุบัติเหตุในโรงพยาบาลปทุมธานีที่พบเป็นอันดับ 1 คือ กระดูกขาหัก ไม่ว่าจะเป็นกระดูกขาส่วนบนหรือกระดูกขาส่วนล่าง  การรักษาส่วนใหญ่คือการผ่าตัด  หลักและวิธีการดูแลที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การให้ผู้ป่วยนอนยกขาสูง  เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น  ลดอาการบวมของขาและช่วยบรรเทาอาการปวด ปัจจุบันหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกใช้หมอนสำหรับวางขาผู้ป่วย ซึ่งมักจะพบปัญหาผู้ป่วยขาบิดหมุนออกด้านนอก (External  rotation)บางรายมีปลายเท้าตก(Foot  drop) ร่วมด้วย  ทีมงานได้ใช้วิธีการต่างๆเช่นใช้ถุงทราย ถุงน้ำเกลือ หมอนหรือผ้าห่มช่วยประคองขาไว้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่ก็ยังพบปัญหานั้นอยู่ จึงได้คิดประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับวางขาผู้ป่วยขึ้น เน้นการนำวัสดุที่เหลือใช้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน โดยนำแนวคิดและเทคนิคของ เปเปอร์ มาเช่ มาใช้เพื่อเปลี่ยนกล่องกระดาษให้เป็นกล่องสำหรับวางขาขึ้น  ซึ่งนับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน
2. ระยะเวลาที่ใช้ในการประดิษฐ์คิดค้น         
ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2551 30 มิถุนายน 2551
3. ลักษณะของผลงานประดิษฐ์คิดค้น           
                กล่องวางขาลดภาวะโลกร้อน  เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นใหม่  วัสดุที่ใช้ทำมาจากกล่องกระดาษและกระดาษหนังสือพิมพ์      นำมาประกอบเข้าเป็นรูปร่างโดยใช้หลักการของเปเปอร์มาเช่ 
ใช้ประโยชน์ในการวางขาผู้ป่วย   เป็นอุปกรณ์ที่ทำง่าย  ต้นทุนต่ำ ใช้สะดวก  มีน้ำหนักเบา  ทำความสะอาดง่าย  สามารถกันน้ำได้  และมีความคงทน
4. ภูมิหลังของศิลปวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์คิดค้น
1)            ปัจจุบันทางหอผู้ป่วยใช้หมอนสำหรับวางขาผู้ป่วยทำจากใยมะพร้าวและหุ้มด้วยหนังเทียม 
ราคาใบละ ~ 800 บาท  หากชำรุดต้องเสียค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อมใบละ 250 บาท

2)            การใช้หมอนวางขาผู้ป่วยทำให้เกิดปัญหาคือ    ขาผู้ป่วยบิดหมุนออกด้านนอก   และ
ปลายเท้าตก   ผู้ป่วยไม่ได้รับความสุขสบาย   บางครั้งต้องใช้ถุงทราย    ถุงน้ำเกลือ  หรือใช้หมอนหลายๆใบช่วยในการประคองขาไว้
3)            กล่องวางขาที่ประดิษฐ์ขึ้น   มีลักษณะสวยงาม  ขนาดกะทัดรัด  ใช้สะดวก  น้ำหนักเบา
มีความคงทน รักษาทำความสะอาดง่าย 
4)            เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากเศษวัสดุที่เหลือใช้แล้ว หาง่าย ต้นทุนในการผลิตต่ำ(~100 บาท / ชิ้น ) 
5)            เป็นอุปกรณ์ที่คิดประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสนับสนุนกิจกรรมลดภาวะโลกร้อน
5. ผู้ประดิษฐ์คิดค้นได้ปรับปรุงแก้ไขผลงานให้มีผลดีขึ้นจากผลงานเดิม
                หลังจากประดิษฐ์อุปกรณ์แล้วได้นำไปทดลองใช้วางขาผู้ป่วย  พบว่าขาที่วางไม่พอดีกับกล่อง เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีขนาดความยาวของขาและขนาดของเท้าไม่เท่ากัน      จึงได้มีการปรับขนาดและความยาวของกล่องวางขา ให้มีหลายขนาด สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับขนาดของขาและเท้าของผู้ป่วยแต่ละราย
6. เป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ใช้ในกิจการ
                ใช้ในงานบริการพยาบาลผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีกระดูกขาหักทั้งส่วนบน ส่วนล่าง จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์วางขาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต  ลดอาการปวด บวม  และผู้ป่วยได้รับความสุขสบาย
7. ลักษณะเด่นของผลงานประดิษฐ์คิดค้น
1)            เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วางขาผู้ป่วย มีหลายขนาด สีสันสวยงาม
2)            ใช้วัสดุที่หาง่าย ทำจากกล่องกระดาษและกระดาษหนังสือพิมพ์  ต้นทุนต่ำ
3)            เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมที่มีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน 
8. คุณสมบัติ
1)            ใช้สำหรับวางขาผู้ป่วยให้ผู้ป่วยยกขาสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต  ลดอาการปวด
บวม ผู้ป่วยได้รับความสุขสบาย และช่วยป้องกันขาบิดออกด้านนอกและปลายเท้าตก
2)            สามารถใช้วางขาผู้ป่วยที่เข้า Traction  ได้
3)             มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก ทำความสะอาดง่าย กันน้ำและมีความคงทน
9. หลักการและขั้นตอนรวมทั้งกรรมวิธีในการประดิษฐ์คิดค้น
1)            จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการประดิษฐ์ประกอบด้วย
-         กล่องกระดาษแข็ง ขนาด 12 x 15 นิ้ว                   จำนวน 2 กล่อง
-         กระดาษหนังสือพิมพ์                                                จำนวน 3 ฉบับ
-         แป้งมัน (สำหรับทำแป้งเปียก)                                 จำนวน 1 ถุง
-         สีน้ำมัน หรือสีอะครีลิค                                             จำนวน 1 กระป๋อง
-         พู่กันทาสี                                                                       จำนวน 1 ด้าม
-         มีดคัตเตอร์                                                                    จำนวน 1 ด้าม
-         กระดาษเทปกาว                                                          จำนวน 1 ม้วน                                    
2)            วิธีการประดิษฐ์
2.1      ตัดกล่องกระดาษให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ  แล้วนำชิ้นส่วนของกระดาษที่ตัดมาประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้กระดาษเทปกาวเชื่อมต่อกันเป็นรูปทรง กล่องวางขา ดังรูป

                   

2.2      ฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นแนวยาวความกว้างประมาณ 1 นิ้ว
2.3      นำกาวแป้งเปียกที่ได้จากการต้มแป้งมันผสมกับน้ำ  ทาลงบนกล่องกระดาษที่เตรียมไว้แล้วนำแถบกระดาษหนังสือพิมพ์มาปะติดให้ทั่วกล่องและรีดให้เรียบในทิศทางเดียวกัน  ทำหลายๆ ชั้น (ประมาณ 4 ชั้น) เพื่อให้มีความคงทนและแข็งแรง

                

2.4      นำชิ้นงานไปตากแดดหรือวางในที่อากาศถ่ายเทสะดวก  ทิ้งไว้ประมาณ 1 2 วัน จนชิ้นงานแห้งสนิท


2.5      ทาทับชิ้นงานด้วยสีน้ำมันหรือสีอะครีลิค ประมาณ 2- 3 รอบ  ให้ผิวชิ้นงานมีความมันวาว  สีสันสวยงามตามต้องการ  ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง  จะได้อุปกรณ์ดังรูป
                                                                                                                                                                                                 
   
    
2.6      นำอุปกรณ์ไปทดลองใช้ ปรับปรุงและประเมินผล
                                         ก่อนใช้อุปกรณ์
                                       

     
                           
    
                                                                  หลังใช้อุปกรณ์
     

10. วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์คิดค้น  และแหล่งที่มา
1)            กล่องกระดาษบรรจุน้ำเกลือชนิดถุงขนาด 1,000 CC  ที่เหลือใช้
2)            กระดาษหนังสือพิมพ์เก่า
3)            แป้งมัน  กระดาษเทปกาว  หาซื้อได้ตามร้านขายของทั่วไป
11. เป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นจาก
                งานในหน้าที่ : การใช้ Dialogue  ของบุคลากรเพื่อพัฒนาคุณภาพงานบริการ
12. งบประมาณที่ใช้ในการประดิษฐ์คิดค้น
                ประมาณ 100 บาท / ชิ้น  ได้รับงบประมาณจากเงินบริจาค

13. สถานที่ตั้งของผลงานประดิษฐ์คิดค้น
                หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก  โรงพยาบาลปทุมธานี
14. ประโยชน์ที่ได้รับจากผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่กระทบต่อเศรษฐกิจ  สังคม  ความมั่นคง  และการ
     พัฒนาประเทศ
-   เมื่อยังไม่ได้คิดค้นประดิษฐ์  ต้องใช้หมอนในการวางขาซึ่งมีจำนวนจำกัด  และหมอนมีราคาสูง ใบละประมาณ 800 บาท  หากชำรุดต้องเสียค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อมใบละ 250 บาท  เมื่อประดิษฐ์อุปกรณ์ขึ้น สามรถช่วยประหยัดงบประมาณได้
-  กล่องวางขาที่ประดิษฐ์ขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่มีต้นทุนต่ำ ใบละ ~ 100 บาท เนื่องจากนำวัสดุเหลือใช้ที่ผลิตจากธรรมชาติ ช่วยลดภาวะโลกร้อน 
- ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์ไปใช้กับผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกโรงพยาบาลปทุมธานีแล้วผู้ป่วยได้รับความสุขสบาย และมีความพึงพอใจขณะใช้อุปกรณ์
15. การเผยแพร่ผลงานการการประดิษฐ์คิดค้น
-  แสดง Poster  Presentation  ในหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี
-  เผยแพร่ผลงานในทีมพัฒนาคุณภาพงานศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์  โรงพยาบาลปทุมธานี  เพื่อขยายผลการใช้ผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น  ไปยังหน่วยงานที่รับดูแลรักษาผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์.






                                                          




















นวัตกรรม Video on Demang


Video on Demand คือ ระบบการเรียกดูภาพยนตร์ตามสั่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูภาพยนตร์
หรือข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้ตามต้องการตามสโลแกนว่า
To view "What one wants. when one wants."
โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครือข่ายสื่อสาร (Telecommunications Networks)
ผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย(VideoClient)สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหว
ได้ทุกเมื่อตามต้องการและสามารถควบคุมข้อมูลวิดีโอนั้น ๆ โดยสามารถย้อนกลับ (Rewind)
หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) หรือหยุดชั่วคราวได้เปรียบเสมือนการดูวิดีโอที่บ้านนั่นเอง
ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลเดียวกันกล่าวคือสามารถดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน
หรือต่างกันก็ได้


การใช้งาน Video on Demand จะให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าระบบ Video Broadcast
(เช่น ระบบโทรทัศน์ทั่วไปซึ่งเป็นการส่งสัญญาณวิดีโอออกมาเป็นชุดเดียว
(1 Stream) สำหรับผู้ใช้ทุกคน ผู้ใช้แต่ละคนจะได้ดูภาพสัญญาณอันเดียวกัน
รายการต่าง ๆ จะมีตามเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ใช้ต้องรอเวลาเพื่อที่จะได้ดูรายการที่ตนเองต้องการ)
 กรณี Video on Demand ผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเลือกดูรายการที่ตนเองสนใจเวลาใดก็ได้
ไม่ขึ้นอยู่กับผู้อื่นและไม่ต้องรอตารางเวลาแต่ก็จะต้องใช้ความเร็วของเครือข่ายสื่อสารมากตามไปด้วย
เนื่องจากจะต้องมีการส่งสัญญาณวิดีโอ 1 stream สำหรับผู้ใช้ 1 คน ระบบ Video on Demand นี้
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในแง่ให้ความบันเทิงและให้ความรู้ ตามแต่เนื้อหาของวิดีโอ
ที่เราจะบรรจุลงไป



  ส่วนประกอบหลักของ Video on Demand
     ส่วนประกอบหลักและการทำงานของแต่ละส่วนในระบบ Video on Demand
     มีดังต่อไปนี้

       -  เครื่อง Video Server
      ระบบ VOD จะทำการเก็บข้อมูลภาพเคลื่อนไหวเป็นแบบดิจิตัลบนเครื่อง video server
และเครื่อง server นั้นจะส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวไปให้เครื่องลูกข่าย (Video Client) ตามที่ขอมา
โดยคุณสมบัติของ video server ก็คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของภาพต่อเนื่องจะต้องมากพอเพื่อที่จะสามารถ
ถ่ายทอดข้อมูลภาพและเสียงอย่างครบสมบูรณ์ให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องสำหรับผู้ใช้ซึ่งอยู่ที่เครื่องลูกข่าย
และมีระบบอินพุต/เอาต์พุตที่มีประสิทธิภาพ

      เครื่อง video server จะต้องมีระบบฮาร์ดดิสก์ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลภาพยนตร์
หรือภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆที่มีความเร็วมากพอที่จะทำการอ่านข้อมูล
และส่งออกไปยังระบบเครือข่ายเพื่อส่งไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ต่อไปตามปกติแล้วข้อมูลวิดีโอมักจะมีขนาดใหญ่
และต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลมาก (1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEF-1 หรือระดับ Video VHS
และ 6-8 MBPS สำหรับคุณภาพ MPEG-2 หรือระดับเลเซอร์ดิสก์) ดังนั้นเครื่อง Video Server
จึงต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับและแจกจ่ายข้อมูลวิดีโอเหล่านี้ไปยังลูกข่ายหรือไคลแอนต์ได้

     เครื่อง Video Server จะมีที่เก็บข้อมูลเรียกว่า disk array ที่มีความจุและความเร็วสูง ทำหน้าที่
เป็นหน่วยเก็บภาพเคลื่อนไหว (Video)ซึ่งจะทำการจัดเก็บวิดีโอในตัวของมันในรูปแบบของบิตข้อมูลดิจิตัล
ข้อมูลที่เก็บอยู่จะผ่านการบีบอัดข้อมูล (Data Compression) โดยเครื่องเข้ารหัส (Encoder)
ในรูปแบบมาตรฐานของMPEG (Moving Picture Experts Group)
ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พัฒนาเพื่อใช้กับการแพร่ภาพโทรทัศน์ในระบบดิจิตัล

      ระบบ VODจะต้องมีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูล
ออกทางเครือข่ายสื่อสารด้วยความเร็วมากพอ โดยข้อมูลที่ถูกบีบอัด
ดังกล่าวจะถูกส่งผ่านเครือข่ายในลักษณะ real-time ไปยังเครื่องลูกข่าย
ที่เป็น Video Client และเนื่องจากข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจำนวนมาก
จะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์ลูกข่ายตามที่ผู้ใช้ที่ปลายทางเรียกขึ้นมา
ดังนั้นระบบเครือข่ายสื่อสารที่จะมารองรับการใช้งานระบบ VOD
จะต้องมีความเร็วและประสิทธิภาพสูงพอที่จะสามารถรองรับข้อมูล
มัลติมีเดียจำนวนมหาศาลนี้ได้ เช่น

     - ATM (Asynchronous Transfer Mode)
      - FDDI (Fiber Distributed Data Interface)
      - DQDB (Distributed Queue Dual Bus)     
      - 100-Mbps Ethernet (IEEE 802.12)

ในบรรดาเครือข่ายทั้งหมดนี้ ระบบเครือข่าย
ATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นเครือข่ายที่มาแรงที่สุด
และเป็นที่นิยมที่สุดในการใช้กับระบบ VOD เนื่องจาก ATM
เป็นเครือข่ายซึ่งได้พัฒนามาเพื่อการส่งข้อมูลทุกรูปแบบที่ความเร็วสูง
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เสียง data หรือ video และมีการประกันคุณภาพการส่ง
(Quality of Service) ด้วย

      เครื่องลูกข่าย (Video Client)
      Video Client เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์
ที่สามารถแปลงข้อมูลที่ได้รับจาก Video Server ให้เป็นสัญญาณภาพ
และแสดงผลขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ที่เป็น
End User Equipment ได้

      โครงสร้างโดยรวม (Architecture) ของระบบ Video on Demand
จะประกอบด้วย video server และ local database ซึ่งจะต่อถึงผู้ใช้งานโดย
ผ่านเครื่อข่ายสื่อสาร ทางด้านเครื่อง video client ของผู้ใช้งาน
จะต้องประกอบด้วยส่วน interface ตลอดจนส่วน decoder ข้อมูลที่ส่งมา
จากเครื่อง server และจะสามารถดูข้อมูลภาพเคลื่อนไหวผ่านจอ
(อาจเป็นจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ก็ได้)
และรับสัญญาณเสียงออกทางลำโพง (speaker)
ส่วนประกอบทางด้านผู้ใช้งาน แสดงดังรูปที่ 3 ส่วน network interface
ทำหน้าที่ถอดรหัสสัญญาณที่เข้ามาและส่งต่อไปยังอุปกรณ์เอาต์พุต
(จอและลำโพง) ที่ได้เลือกใช้บริการจากระบบ VOD และยังทำหน้าที่
แปลข้อมูลการเลือกของผู้ใช้ (ซึ่งผู้ใช้อาจเลือกผ่านรีโมตคอนโทรล
คีย์บอร์ด หรือเมาส์)
เป็นสัญญาณที่ใช้สำหรับส่งต่อไปในเครือข่ายอีกด้วย

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการสั่งงานของผู้ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะบริการ
ของระบบ VOD ที่ใช้ เช่น ถ้าใช้บริการ Movies on Demand
ก็ควรจะเลือกภาพยนตร์และควบคุมฟังก์ชั่นโดยใช้รีโมตคอนโทรล
แต่ถ้าใช้บริการในลักษณะ Distance Learning การใช้คีย์บอร์ดดูจะ
เหมาะสมกว่า เป็นต้น
Application
รายละเอียด
Movies on Demand





Interactive video games




Interactive news television




Catalog browsing




Distance Learning







Interactive advertising


ลูกค้าสามารถเลือกดูภาพยนตร์ได้
ตามความต้องการและสามารถควบคุม
ฟังก์ชั่นการใช้งานได้เช่นเดียวกับ
เครื่องเล่นวิดีโอ (VCR)



ลูกค้าสามารถเลือก download
เกมส์คอมพิวเตอร์มาเล่นได
้ตามความต้องการ


ลูกค้าสามารถเลือกดูรายละเอียดของ
ข่าวสารที่ตนเองสนใจได้ตาม
ความต้องการ


ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดสินค้า
ในลักษณะเดียวกับดู catalog สินค้า
และสามารถสั่งซื้อได้ตามต้องการ


นักเรียนที่ลงเรียนในหลักสูตรหนึ่ง ๆ
สามารถ "ศึกษาเมื่อต้องการ"
โดยการเลือกบทเรียนจากวิดีโอที่เก็บอยู่ใน
Video Server ได้
ทำให้นักศึกษาสามารถทบทวนบทเรียน
ได้ทุกเวลาด้วยตนเองตามความต้องการ


ลูกค้าสามารถเสนอความคิดเห็นหรือ
ข้อแนะนำในแบบสำรวจ (advertiser survey)
และอาจได้รับรางวัลโดยการได้รับสินค้าหรือ
บริการฟรีจากทางผู้ผลิต
ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ



  การให้บริการของระบบ Video on Demand (Interactive Services)

ระบบ VOD จะต้องมีความสามารถดังต่อไปนี้
     1.  ความสามารถในการให้บริการ video สำหรับผู้ใช้
        บริการแต่ละคนได้ตามความต้องการของผู้ใช้
        ทั้งนี้การให้บริการจะเป็นลักษณะ one-to-one
        ไม่ใช่ simulcast หรือ broadcast

     2.  ผู้ใช้งานสามารถควบคุมภาพได้ในลักษณะเดียว
        กับเครื่องเล่นวิดีโอที่ใช้ตามบ้าน กล่าวคือผู้ใช้
        ต้องสามารถหยุดชั่วคราว (Pause) กรอกลับ (Rewind)
          หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) ได้ตามต้องการ

     3.  มีความเร็วการส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียง
        อย่างน้อย 1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEG-1 หรือ
        ระดับ (Video VHS) และ 6-8 Mbps สำหรับคุณภาพ
        MPEG-2 (หรือระดับ Laser Disc) สำหรับผลรวมของ
        อัตราการส่งข้อมูลภาพ เสียง และข้อมูลที่ใช้ควบคุม

     4.  ระบบจะต้องถูกออกแบบให้มีมาตรการรักษา
        ความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ เนื่องจากอาจมีข้อมูล
        ที่สำคัญเก็บอยู่ในระบบ เช่น ตัวเลขที่เป็นความลับ
        ของบริษัท เป็นต้น

         จากความสามารถของระบบข้างต้น
       ทำให้ระบบ VOD สามารถนำไปใช้ให้บริการได้มากมาย




 บทสรุป

     ระบบ Video on Demand
     เป็นระบบที่ประกอบด้วย Video Server, เครือข่ายสื่อสาร
    และ Video Client  Video Server
    มักเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง
    มีที่เก็บข้อมูลที่มีความจุและความเร็วสูงเพื่อที่จะเก็บข้อมูลวิดีโอ
    มีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูลออกทางเครือข่าย
    สื่อสารด้วยความเร็วมากพอ
     VOD เป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อให้ได้ระบบหรือ
    มาตรฐานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป และเนื่องจาก Video on Demand
     ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ดังนั้น อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ
    Video on Demand นั้นจึงยังมีไม่มากนัก และมีราคาแพงอยู่
    และยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังตัวอย่างเช่น
    อุปกรณ์ที่ใช้การเข้ารหัส (encode) และถอดรหัส (decode)
     ซึ่งแต่เดิมเป็นมาตรฐาน MPEG-1 ปัจจุบันได้พัฒนาถึงมาตรฐาน
    MPEG-2 แล้วซึ่งจะให้คุณภาพของภาพเคลื่อนไหวดีขึ้นมาก
 
    อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี VOD มีแนวโน้มที่จะเป็นที่แพร่หลาย
    ในอนาคต เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ทั้งในด้านสาระ
    และความบันเทิง สามารถใช้งานได้ง่ายทางด้านผู้ใช้เทคโนโลยี
    ต่างก็เฝ้าคอยที่จะเห็นเทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นจนเป็นที่รู้จักและใช้
    งานกันทั่วไป อันจะมีประโยชน์ต่อสถาบัน
    องค์กรธุรกิจไปจนถึงในครัวเรือนต่าง ๆ
    ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้



ที่มา :อรพินท์ อัสรางชัย. (2540). ระบบVDO on Demand. สาร Nectech, ปีที่4 ฉบับที่6, 68.ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

นวัตกรรม WBI

WBI
ย่อมาจาก Web base instruction เป็นการจำลองสถานการณ์การเรียน
การสอน ในห้องเรียน หรือที่เรียกว่า Virtual Classroom

WBI ต่างจาก CAI อย่างไร
CAI ทำงานภายใต้ Standalone หรือ อาจทำภายใต้ Local area network CAI
มิได้ออกแบบเพื่อการสื่อสารถึงกันได้

WBI หรือ Web base Instruction
ทำงานบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตผู้เรียนและอาจารย์ สามารถติดต่อสื่อสาร
ถึงกันได้ และอาจารย์สามารถติดตามพฤติกรรมการเรียนตลอดจนผลการเรียนของผู้เรียนได้
สิ่งที่ทำให้ WBI ต่างจาก CAI ก็คือ การสื่อสาร นั้นเอง

WBI สามารถทำการสื่อสารภายใต้ระบบ Multiuser ได้อย่างไร้พรมแดน
โดยผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนด้วยกัน อาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ
ฐานข้อมูลความรู้ และยังสามารถรับส่งข้อมูลการศึกษาอิเลคโทรนิค
(Eletronic Education Data ) อย่างไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดสถานที่
ไม่มีพรมแดนกีดขวางภายใต้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต
หรืออาจเรียกว่าเป็น Virtual classroom เลยก็ได้ และนั้นก็คือการกระทำกิจกรรมใดๆ
ภายในโรงเรียน ภายในห้องเรียน สามารถทำได้ทุกอย่างใน WBI
ที่อยู่บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต



ประเภทและการใช้งานการสื่อสารใน WBI 


วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ไปฝากครรภ์หมอตรวจอะไร

หลายคนเคยสงสัยกันไหมค่ะว่า....เวลาที่เราไปฝากครรภ์คุณหมอจะตรวจอะไรเราบ้าง? เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ


- ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่าปริมาณน้ำตาลและโปรตีนว่าปกติหรือเปล่า เพราะผลของ 2 ตัวนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกความผิดปกติในตัวคุณแม่

- วัดความดันโลหิต เพื่อดูการทำงานของระบบเลือด เพื่อป้องกันความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง

- ตรวจหน้าท้อง คุณหมอจะคลำหน้าท้องเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของลูกน้อยในครรภ์

- ชั่งน้ำหนักคุณแม่ เพราะการที่น้ำหนักคุณแม่น้ำหนักขึ้น อาจจะกระทบต่อปัญหาสุขภาพค่ะ

- ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจลูกในครรภ์ สามารถฟังเสียงหัวใจเต้นได้เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์

- ตรวจอาการบวมเหนือข้อเท้า อาการบวมที่แขน ขา เท้า หรือหน้า แสดงว่าคุณแม่มีน้ำในร่างกายมากขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบกับการตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายค่ะ


ทีนี้ก็ทราบกันแล้วใช่ไหมค่ะว่าคุณหมอจะตรวจอะไรเราบ้าง คุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์จะได้เตรียมตัวไปฝากครรภ์ได้ถูกต้องค่ะ และนอกจากนี้ คุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองนะคะ เพราะหากมีอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ ควรสอบถามคุณหมออย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Modern Mom
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

กุหลาบสื่อความหมาย

ใกล้เทศกาล วันวาเลนไทน์ เข้ามาทุกทีแล้วนะคะ คู่รักหนุ่มสาวส่วนใหญ่ต่างสรรหาของขวัญเพื่อสร้างความประทับใจ และถือเอาวันนี้เป็นวันบอกความความในใจที่มีให้กัน ส่วนมากแล้วสิ่งของที่นำมาให้ก็คงจะไม่พ้น ดอกกุหลาบ แสนสวย สีแดงสด ผู้โบว์หวานๆ พร้อมกับรอยยิ้มจากผู้ให้ส่งต่อความรู้สึกถึงผู้รับ .....
กุหลาบ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมนติก ชาวโรมัน นำดอกกุหลาบทำเป็นสร้อยมาลัยต้อนรับแขกที่มาเยือน อีกทั้งยังนำกลีบของดอกกุหลาบมาเป็นส่วนผสมของขนม ทำเป็นไวน์ชั้นดีส่วนน้ำมันของดอกกุหลาบก็ยังนำมาทำเป็นยาได้อีกด้วย
ความหมายของดอกกุหลาบ
ดอกกุหลาบสีแดง สื่อความหมายถึง ความรัก อันลึกซึ้ง จริงจังและความปรารถนา
ดอกกุหลาบสีขาว สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความบริสุทธิ์ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
ดอกกุหลาบสีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่แสนโรแมนติก เปี่ยมไปด้วยความเสน่หาที่มีให้กัน
ดอกกุหลาบสีเหลืองและสีส้ม สื่อความหมายถึง ความรักที่สดใส ร่าเริง เป็นความสุขที่ยาวนาน
ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ประเภทไหนหรือสิ่งของใดๆ ถ้าคนรักเต็มใจและตั้งใจที่จะมอบให้จากหัวใจสิ่งของเหล่านั้นล้วนมีค่าและมีความหมาย...
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับ Valentine ที่กำลังจะมาถึงนี้นะคะ
เรียบเรียง : nuch

สุขสันต์วันแห่งความรัก

ดอกรักเอย เจ้าเคยเฉาและหม่น
มาเจอะคนมอบรักสมัครสมาน
เหมือนลงเล่นน้ำเย็นในสายธาร
ใจชื่นบานสราญสุขในอกเรา
โดยคุณ: atlantic8

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ดื่มน้ำมากเกินไป...ทำลายสุขภาพ

ดื่มน้ำแต่พอดี สุขภาพก็ดีตามไปด้วยนะ
เรามักเข้าใจว่าการดื่มน้ำมากๆ ดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่มีการยืนยันทางวิชาการว่าการดื่มน้ำมากเกินให้ผลดีต่อสุขภาพหรือไม่
ทั้งนี้ เว็บไซต์ของนิตยสาร "ARD-Buffet" ในประเทศเยอรมนีแนะนำว่า การดื่มน้ำมากเป็นสิ่งดีโดยเฉพาะในหน้าร้อนควรดื่มวันละประมาณ 1.5-3 ลิตร และไม่ควรรอให้กระหายน้ำแล้วจึงดื่ม ความรู้สึกกระหายน้ำเป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายขาดน้ำ แต่ อูโด พอลล์เมอร์ นักเคมีอาหารและนักเขียนกล่าวเตือนว่า น้ำก็ทำลายสุขภาพได้เหมือนกัน หากดื่มมากเกินไป เขายกตัวอย่างน้ำเป็นพิษในนักกีฬา เช่น นักวิ่งมาราธอนที่ดื่มน้ำมากเกินแล้วทำให้โซเดียมในเลือดลดลง นอกจากนี้คนที่ดื่มน้ำมากเกินมักกระหายน้ำมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้สมองบวมได้ และในการวิ่งแข่งมาราธอนที่ลอนดอนในปี 2007 มีเด็กหนุ่มวัย 22 ปีเสียชีวิตเพราะน้ำเป็นพิษ หรือเด็กสาวๆ ที่ไดเอ็ตด้วยการจิบน้ำตลอดเวลาซึ่งการดื่มน้ำมากเกินก็จะทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือมากยิ่งขึ้น จนทำให้การซ่อมแซมร่างกายเสียดุลย์และมีความรู้สึกกระหายน้ำยิ่งขึ้น การดื่มน้ำที่อันตรายก็คือเมื่อดื่มเกินวันละ 6-7 ลิตร แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไป โดยเฉพาะในคนชราที่มักลืมดื่มน้ำก็มีอันตรายเช่นกัน เพราะมนุษย์สูญเสียน้ำวันละ 2.5 ลิตรโดยการขับออกทางปัสสะวะ เหงื่อ และหายใจ จึงต้องเติมน้ำชดเชยให้สมดุล


สื่อการสอนวิทยาศาสตร์